วันนี้เจ้าสิงโตจะพาไปเที่ยวอีกหนึ่งจังหวัดเล็ก ๆ ในภาคอีสานบ้านเรา ที่เป็นต้นกำเนิดของยุคไดโนเสาร์ และยังมีสถานที่น่าสนใจอีกเพียบ พร้อมแล้วก็ตามเจ้าสิงโตไปเที่ยวกาฬสินธุ์ถิ่นไดโนเสาร์พร้อมกันเลยเด้ออ้ายยย🦁💨💨


#Django150
#PeugeotDJANGO
#PeugeotMotocycles
#PeugeotMotocyclesThailand
#PeugeotDJANGOshareshoes

สวนไดโนเสาร์ กาฬสินธุ์
ตั้งอยู่ที่ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เป็นแดนไดโนเสาร์เลื่องชื่อ นอกจากจะมี “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” หรือ “พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว” เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดในอาเซียนแล้ว ก็ยังมี “สวนไดโนเสาร์” เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์อันโดดเด่น
สวนไดโนเสาร์ มีรูปปั้นไดโนเสาร์น้อยใหญ่กว่า ตัว ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวถ่ายรูปอันโดดเด่นของ จ.กาฬสินธุ์ ที่ใครผ่านไป-ผ่านมา ไม่ควรพลาดการแวะถ่ายรูปกับเจ้าไดโนเสาร์เหล่านี้
วัดเศวตวันวนาราม
ตั้งอยู่ที่ บ้านต้อน ตำบลเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์
เป็นสถานที่สำหรับการจัดงานประเพณีบุญคูณลานสู่ขวัญข้าวได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ทุกปี
โดยประเพณีบุญคูณลานสู่ขวัญข้าว หรือ บุญบายศรีสู่ขวัญข้าวบุญคูณลาน ถือเป็นวัฒนธรรมที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจ ความศรัทธา และพลังสามัคคีของชาวบ้านต้อน ตำบลเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ปราสาทรวงข้าว สร้างขึ้นเพื่อประกอบพิธีบุญคูณลานตามวิถีฮีตสิบสองของชาวอีสานที่จะมีขึ้นหลังฤดูการเก็บเกี่ยว เพื่อระลึกถึงบุญคุณของพระแม่โพสพและเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น โดยคัดเลือกรวงข้าวที่มีความสมบูรณ์นำมามาประดับตกแต่งเป็นปราสาทรวงข้าวขนาดใหญ่ที่ประณีตงดงาม
ฮีตสิบสอง มาจากคำสองคำ ได้แก่ ฮีต คือคำว่า จารีต หมายถึง ความประพฤติ ธรรมเนียม ประเพณี ความประพฤติที่ดี และ สิบสอง หมายถึง สิบสองเดือน ดังนั้น ฮีตสิบสอง จึงหมายถึงประเพณีที่ชาวลาวในภาคอีสานและประเทศลาวปฏิบัติกันมาในโอกาสต่างๆ ทั้งสิบสองเดือน เป็นการผสมผสานพิธีกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องผีและพิธีกรรมทางการเกษตรเข้ากับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา
ปราสาทรวงข้าว เริ่มสร้างในปี พ.ศ.2537 โดยเมื่อถึงช่วงเวลาประกอบพิธีบุญคูณลาน ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังนวดข้าวไม่เสร็จ จึงนำมัดข้าวที่ยังไม่แยกเมล็ดข้าวออกจากฟางมาถวายวัด จนเกิดเป็นแนวคิดในการนำมัดรวงข้าวมาสร้างเป็นปราสาทข้าว และพัฒนารูปแบบมาจนมีขนาดใหญ่ สวยงามอลังการเช่นปัจจุบัน
อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร (ท้าวโสมพะมิตร)
เป็นอนุสาวรีย์ของพระยาชัยสุนทร หรือ “ท้าวโสมพะมิตร” เจ้าเมืองกาฬสินธุ์คนแรก โดยชาวกาฬสินธุ์ ทุกหมู่เหล่าได้สละทรัพย์ก่อสร้างอนุสาวรีย์ เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิตาต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์ตั้งอยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์ จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองกาฬสินธุ์ รวมทั้งชาวต่างบ้านต่างเมืองที่เข้ามาอาศัยในเมืองกาฬสินธุ์ ที่มักจะมากราบไหว้อธิษฐานจิตบอกกล่าว เพื่อความเป็นสิริมงคล นับว่าเป็นอนุสาวรีย์ที่ทรงคุณค่าและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองกาฬสินธุ์ อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร เป็นงานประติมากรรมสัมฤทธิ์รูปพระยาชัยสุนทรขนาดเท่าตัวจริงมือขวาถือกาน้ำ มือซ้ายถือดาบอาญาสิทธิ์ ตั้งอยู่บนฐานลวดบัวปูนปั้นทรงสูงมีกำแพงเมืองล้อมรอบ ผนังกำแพงประดับด้วยประติมากรรม ที่เล่าถึงเรื่องราวการอพยพจากบ้านผ้าขาว บ้านพันนา ข้ามเทือกเขาภูพานมาตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านกลางหมื่นอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ต่อมาเห็นว่าชัยภูมิไม่เหมาะจึงอพยพไปอยู่บริเวณแก่งสำโรงสงเปลือยริมน้ำปาว ต่อมาเจ้าโสมพะมิตรลงเดินทางลงไปกรุงเทพฯเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ขอพระราชทานตั้งเมือง จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ยกฐานะบ้านแก่งสำโรงเป็น “เมืองกาฬสินธุ์” ตั้งเจ้าโสมพะมิตรเป็น พระยาชัยสุนทร เป็นเจ้าเมืองคนแรก ชาวเมืองกาฬสินธุ์ได้ริเริ่มแนวคิดที่จะจัดสร้างอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทรมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2510 แต่มาเริ่มต้นจริงๆในปี พ.ศ. 2523 สมัยนายสมศํกดิ์ ร่มไทรทองเป็นนายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์นายประกิต พิณเจริญ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยอาจารย์ ขาว ละออเป็นผู้ออกแบบรูปหล่อ ส่วนบริเวณรอบอนุสาวรีย์มีการจัดทำภาพปะติมากรรมโดยอาจารย์ วิโรจน์ ศรีสุโร ได้รับงบประมาณจากภาคส่วนราชการและประชาชนร่วมบริจาค เริ่มประกอบพิธีเททองหล่อรูปเหมือนในวันที่ 13 กันยายน 2524 โดยนายขุนทอง ภูผิวเดือน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ต่อมามีการกำหนดให้วันที่ 13 กันยายน มีพิธีการบวงสรวงทุกปี การก่อสร้างอนุสาวรีย์ใช้เวลา 1 ปี แล้วเสร็จในปี 2525
วัดพระแม่มารืย์
กลุ่มคริสต์ชนกาฬสินธุ์ เริ่มต้นครั้งแรกในราวปี 1965 (พ.ศ. 2508) หลังจากมีคริสตชนย้ายถิ่นฐานมาประกอบอาชีพ ส่วนใหญ่เป็นคริสตชนชาวเวียดนาม มาจากหนองแสง นครพนม ต่อมามีคริสตชนจากที่อื่นมาสมทบอีก เช่น นครนายก สกลนคร ฯลฯ ในระยะแรกคริสตเตียนต้องไปร่วมมิสซาที่วัดใกล้เคียง เช่นที่วัดมหาสารคาม หรือ ขอนแก่น หรือไปร่วมพิธีกรรมที่วัดดั้งเดิมของตนในโอกาสต่าง ๆ เมื่อมีการสร้างโรงเรียนวรธรรมพิทยากาฬสินธุ์ ก็ พระอัครฆราชคายน์ แสนพลอ่อน ได้ใช้ห้องเรียนเป็นวัดน้อยสำหรับประกอบพิธีมิสซาเรื่อยมา จนกระทั่ง ปี ค.ศ. 2007 อัครสังฆมณฑลฯ ได้ก่อสร้างวัดขึ้น ตั้งชื่อว่า ”วัดพระแม่มารีย์” ทำพิธีเปิดเมื่อวันวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2551 โดย พระอัครสังฆราชหลุบย์จำเนียร สันติสุขนิรัดร์ โดย มีกลุ่มคริสตชนกาฬสินธุ์ จาก อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ยางตลาด สมเด็จและเขื่อนลำปาว ประมาณ 30 – 40 ครอบครัว
วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว)
ตั้งอยู่บนยอดภูค่าว ซึ่งมีตำนานกล่าวว่า พระพุทธไสยาสน์ความยาว 2 เมตร ที่แกะสลักบนแผ่นผานั้นมีอายุนานนับพันปี หรือสร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 8 โดยกลุ่มคนที่จะเดินทางไปร่วมสร้างพระธาตุพนม แต่ไปไม่ทัน องค์พระธาตุพนมสร้างเสร็จก่อน จึงร่วมกันสร้างพระพุทธไสยาสน์ตรงนี้ขึ้นแทน
นอกจากนี้ภายในวัดยังมี พระมหาธาตุเจดีย์พุทธนิมิต เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ รวมทั้งพระอุโบสถไม้ สร้างจากไม้ใต้เขื่อนลำปาว โดยรอบประดับลวดลายแกะสลักเรื่องราวพุทธประวัติ ส่วนภายในประดิษฐาน พระมงคลชัยสิทธิ์โรจนฤทธิประสิทธิพร ปางตรัสรู้สีทองอร่าม

Share:

Facebook
Peugeot

Related Posts

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : สกลนคร

จ้าสิงโตจะพาไปเที่ยวจังหวัดสกลนคร เมืองรองแห่งภาคอีสานที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่น่าสนใจไม่แพ้จังหวัดอื่นแน่นอน พร้อมแล้วก็ตามเจ้าสิงโตไปกันเล๊ยยย

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : นครพนม

จ้าสิงโตจะชวนไปขี่รถเที่ยวชมวัฒนธรรม เรียนรู้ตำนานโบราณ กราบปูชนียสถานคู่บ้าน ณ เมืองริมโขงบอกเลยว่าไปเที่ยวกับเจ้าสิงโต ไม่มีผิดหวังแน่นอน

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : มุกดาหาร

วันนี้เจ้าสิงโตจะพาไปเยือนมุกดาหาร เมืองสวยริมฝั่งโขง ที่มีความเงียบสงบและความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค มีสถานที่ Unseen สวยๆโดยเฉพาะรูปปั้นพญานาค

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : กาฬสินธุ์

วันนี้เจ้าสิงโตจะพาไปเที่ยวอีกหนึ่งจังหวัดเล็ก ๆ ในภาคอีสานบ้านเรา ที่เป็นต้นกำเนิดของยุคไดโนเสาร์ และยังมีสถานที่น่าสนใจอีกเพียบ พร้อมแล้วก็ตามเจ้าสิงโตไปเที่ยวกาฬสินธุ์ถิ่นไดโนเสาร์พร้อมกันเลยเด้ออ้ายยย

Shopping Basket