จ้าสิงโตจะชวนไปขี่รถเที่ยวชมวัฒนธรรม เรียนรู้ตำนานโบราณ กราบปูชนียสถานคู่บ้าน ณ เมืองริมโขงบอกเลยว่าไปเที่ยวกับเจ้าสิงโต ไม่มีผิดหวังแน่นอน 🦁💨💨


#Django150
#PeugeotDJANGO
#PeugeotMotocycles
#PeugeotMotocyclesThailand
#PeugeotDJANGOshareshoes

พญาศรีสัตตนาคราช
แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ จ.นครพนม ประดิษฐานบน ริมฝั่งแม่น้ำโขง บนลานศรีสัตตนาคราช หน้าสำนักงาน ป่าไม้ ถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน มีความสวยงาม โดดเด่น องค์พญาศรีสัตตนาคราช หล่อด้วยทองเหลือง มีน้ำหนักรวม 9,000 กก. เป็นรูปพญานาคขดหาง 7 เศียร ประดิษฐานบนแท่นฐานแปด เหลี่ยม กว้าง 6 เมตร ความสูงทั้งหมดรวมฐาน 15 เมตร สามารถพ่นน้ำได้ ตามที่ทราบกันว่าพี่น้องชาวไทย-ลาว มีความเชื่อผูกพัน อยู่กับองค์พญานาค
พญาศรีสัตตนาคราช มีความเด่นสง่าเพราะมี 7 เศียร ลำตัวเดียว ถือได้ว่าเป็น ตระกูลพญานาค ที่สืบสายพันธุ์มาแต่ครั้งพุทธกาล มีความใกล้ชิดพระพุทธองค์ และพระพุทธศาสนา จนอาจถือว่าเป็นต้นตระกูลแห่งพญานาคทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งต่างร่ำลือว่า หากใคร มาขอพรหรือบนบานองค์พญาศรีสัตตนาคราช อาจสัมฤทธิ์ผลเพราะเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์
วัดมหาธาตุ
สร้างในปี พ.ศ. ๑๑๕๐ เป็นวัดใหญ่ประจำเมืองที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองนครพนม เดิมชื่อ “วัดมิ่งเมือง” ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันติดปากว่า วัดธาตุนคร ทั้งนี้เพราะว่าที่วัดนี้มีพระอรหันตธาตุ ผอบไม้จันทร์แดง พระพุทธรูปทองคำ บรรจุอยู่ในธาตุเจดีย์องค์หนึ่ง กอรปกับผู้ปกครองบ้านเมืองในสมัยนั้น นิยมสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิของบรรพบุรุษไว้ให้สมกับเกียรติยศ ในวัดจึงเต็มไปด้วยธาตุเจดีย์ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ จึงได้มีการรื้อถอนพระธาตุเล็กพระธาตุน้อยออกแล้วสร้าง “พระธาตุนคร” ขึ้นมาใหม่แล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๖๕ โดยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสูง ๒๔ เมตรถือ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญอันเป็นพระธาตุคู่บุญประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันเสาร์ เชื่อกันว่าผู้ที่มาสักการะพระธาตุแห่งนี้ จะได้รับอานิสงส์เสริมสร้างบารมีและมีอำนาจวาสนาเป็นเจ้าคนนายคน นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถเก่าแก่สถาปัตยกรรมพื้นบ้านที่งดงาม
การเดินทาง อยู่บนถนนสุนทรวิจิตร (ริมแม่น้ำโขง) อยู่ระหว่างวัดพระอินทร์แปลงกับวัดกลาง เมื่อมาจากถนนนิตโย (ทางหลวงหมายเลข 22) สุดถนนถึงสามแยกไฟแดงแลนด์มาร์คพญานาค ให้เลี้ยวขวาไปราว ๘๕๐ เมตร
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3
เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศไทย (นครพนม) กับประเทศลาว(คำม่วน) พื้นที่ฝั่งไทยที่บ้านห้อม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนมฝั่งลาวอยู่ที่บ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน เป็นสะพานที่มีความ สวยงาม มากอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีวิวข้างหลังเป็นภาพภูเขาหินปูนของประเทศไทยลาวลูกน้อยใหญ่ที่เรียงรายสลับซับซ้อน บริเวณด้านล่างสะพานมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นสะพานได้จากข้างล่าง ตั้งอยู่ริมฝั่งโขงสามารถมาเดินเล่นพักผ่อนรับลมเย็น ที่พัดมาจากฝั่งลาว
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 เป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งด้านการค้า และการท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากประเทศไทย ประเทศลาว ประเทศเวียดนามและภาคใต้ของประเทศจีน ซึ่งมีความยาวรวม 780 เมตร มีช่องลอดกว้าง 60 เมตร สูง 10 เมตร 2 ช่วง ความกว้าง สะพาน 13 เมตร และมีการช่องจราจร 2 ช่อง
ดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
พระธาตุพนมประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ตามตำนานกล่าวว่าสร้างมานานไม่น้อยกว่า ๒,๓๐๐ ปี ผู้ที่สร้าง คือ พระมหากัสปะพร้อมด้วยพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ ได้นำพระอุรังคธาตุหรือกระดูกหน้าอก ของสมเด็จพระสัมมนาพุทธเจ้ามาเพื่อบรรจุไว้ในพระธาตุ ผู้ที่ร่วมช่วยในการสร้างพระธาตุนี้คือ ท้ายพระยาเมืองต่าง ๆ พญานันทเสน เมืองศรีโคตรบูรณ์ (เมืองนครพนม เดิม) พญาจุลนีพรหมทัด พระยาอินทรปัตนคร และพญาดำแดง เมืองหนองหารน้อย พากันยกโยธามาช่วยสร้างพระธาตุพนมจนเสร็จและบรรจุอุรังคธาตุพร้อมของมีค่าไว้ ภายในเป็นจำนวนมาก

ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะเป็น พระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น “วรมหาวิหาร”
ต่อมาในวันที่ 11 สิงหาคม 2518 เวลา 19.38 น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนม และประจวบกับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อมาหลายวัน ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จ สิ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2522 นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุมีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม ปัจจุบันองค์พระธาตุ มีฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.60 เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม
วัดนักบุญอันนา หนองแสง
ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร ซึ่งเป็นถนนเรียบริมฝั่ง แม่น้ำโขง เป็นโบสถ์คริสต์ที่มีความเก่าแก่สวยงามแห่งหนึ่งในจังหวัดนครพนม ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1926 โดยบาทหลวงเอดัวร์ นำลาภ อธิการโบสถ์ วัดนักบุญอันนาหนองแสงนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่มีคนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่รวมกัน เช่น คนญวน คนไทย คนจีน คนลาวเป็นต้น วัดนักบุญอันนา สวยงามแปลกตา โบสถ์มีลักษณะเป็นหอคอยคู่ เป็นยอดแหลมสูงเด่นเป็นสง่า มองเห็นได้ใน ระยะไกล
ซึ่งแต่เดิมด้านข้างของตัวอาคารนี้เป็นโบสถ์ประกอบพิธีทางศาสนา แต่ในสมัยกรณีพิพาทอินโดจีน ถูกฝรั่งเศสทิ้งระเบิดถล่ม เมือง นครพนม ทำให้โบสถ์พังเสียหาย ต่อมาจึงมีการสร้างโบสถ์หลังใหม่เพื่อใช้ประกอบพิธีทางศาสนาของชาวคริสต์สืบต่อมาถึงในปัจจุบัน ซึ่งก่อนวันคริสต์มาส ชาวคริสต์แต่ละชุมชนในจังหวัดนครพนม จะประดิษฐ์ดาวรูปแบบต่าง ๆ แล้วแห่มารวมกันไว้ที่นี่ วัดนักบุญอันนา หนองแสง เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ควรอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลาน หากไปชมโบสถ์และเน้น ถ่ายภาพควรจะไปช่วงเช้าภาพจะได้ไม่ย้อนแสง
ข้างโบสถ์มีอาคารที่ทำการศาสนกิจของบาทหลวงนิกายคาทอลิก ก่อตั้งโดยบาทหลวงเอดัวร์นำลาภ ภายหลังจัดตั้งเป็นมูลนิธิบาทหลวง เอดัวร์นำลาภ อาคารหลังนี้มีสถาปัตยกรรมแบบโคโรเนียลก่อด้วยอิฐปูน ภายนอกสีเหลืองสวยงาม สร้างราวปี ค.ศ.1952 การก่อสร้าง ใช้วัสดุก่อสร้างบางอย่างนำเข้ามาจากเมืองไซ่ง่อน ประเทศเวียดนาม
พระธาตุมรุกขนคร
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ลักษณะคล้ายพระธาตุพนม แต่เล็กกว่าก่ออิฐถือปูนเป็นผงสี่เหลี่ยม ฐานกว้างด้านละ ๒๐ เมตร พระธาตุสูง ๕๐.๙ เมตร มีความหมายว่า สร้างขึ้นในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง ครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี และจุด ๙ หมายถึงรัชกาลที่ ๙ โดยได้รับการอุปถัมภ์จากหม่อมหลวงทวีสันต์ ลดาวัลย์ ซึ่งเป็น ราชเลขาธิการ และคุณหญิงบุญศรี สนธยางกูลพร้อมด้วยศรัทธาญาติโยมจากทั่วสารทิศทุกหนแห่ง พระธาตุมรุกขนครเป็น พระธาตุบริวารของพระธาตุพนมองค์ที่อายุน้อยที่สุด แต่วัดมรุกขนคร มีอายุเกือบสามร้อยปีมาแล้ว สร้างโดยพระบรมราชา ท่านเจ้าเมืองมรุกขนคร เคยเป็นวัดประจำเมืองที่มีความเจริญมาก จนถึงปี พ.ศ. ๒๓๑๐ ตัวเมืองถูกน้ำกัดเซาะตลิ่งพัง เกิดโรคระบาด ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงได้ย้ายไปตั้งเมืองใหม่ที่บ้านหนองจันทน์ ตำบลท่าค้อ อำเภอเมือง
ด้านบนขึ้นไปบรรจุพระสารีริกธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้จากการค้นพบซากปรักหักพังของพระธาตุในอดีต พร้อมทั้งแก้ว แหวนเงินทอง ซึ่งมีบันไดขึ้นไปแต่มีประตูปิดกั้นเอาไว้ และยังมีศาสนสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญอีก เช่น อุโบสถวัดมรุกขนคร เป็นอุโบสถสวยงามโดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์ ครองสิริราชสมบัติ ๕๐ ปี ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายในอุโบสถเปิดให้เข้า สักการะองค์พระประธาน ศาลเจ้าปู่ขอม พญานาค ๓ ตน และพระโพธิสัตว์กวนอิม
นอกจากนี้องค์พระธาตุหันหน้าไปทาง ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทิศประจำของผู้เกิดวันพุธกลางคืน โดยทิศ ดังกล่าวมี “พระควัมปติ หรือพระสีวลี” เป็นพระอรหันต์ประจำทิศ ผู้เป็นเอตทัคคะเลิศกว่าพระภิกษุทั้งหลายในเรื่องโชคลาภ ผู้ที่เกิดวันพุทธกลางคืน จึงเก่งทางด้านการค้า การเสี่ยงโชค และเป็นที่รักของคนรอบข้างจากอิทธิพลของเทวดาประจำวันได้ ส่งผลให้ผู้ที่เกิดวันพุทธ (กลางคืน) เป็นคนช่างคิด และมีความรอบรู้สูง จิตใจโอบอ้อมอารี และเป็นคนที่มีน้ำใจกว้างดุจนมหาสมุทร แต่มักจะเสียเปรียบเพื่อนฝูงอยู่ เพราะของอาสารับปากช่วยเหลือผู้คน

Share:

Share on facebook
Facebook
Peugeot

Related Posts

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : สกลนคร

จ้าสิงโตจะพาไปเที่ยวจังหวัดสกลนคร เมืองรองแห่งภาคอีสานที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่น่าสนใจไม่แพ้จังหวัดอื่นแน่นอน พร้อมแล้วก็ตามเจ้าสิงโตไปกันเล๊ยยย

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : นครพนม

จ้าสิงโตจะชวนไปขี่รถเที่ยวชมวัฒนธรรม เรียนรู้ตำนานโบราณ กราบปูชนียสถานคู่บ้าน ณ เมืองริมโขงบอกเลยว่าไปเที่ยวกับเจ้าสิงโต ไม่มีผิดหวังแน่นอน

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : มุกดาหาร

วันนี้เจ้าสิงโตจะพาไปเยือนมุกดาหาร เมืองสวยริมฝั่งโขง ที่มีความเงียบสงบและความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค มีสถานที่ Unseen สวยๆโดยเฉพาะรูปปั้นพญานาค

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : กาฬสินธุ์

วันนี้เจ้าสิงโตจะพาไปเที่ยวอีกหนึ่งจังหวัดเล็ก ๆ ในภาคอีสานบ้านเรา ที่เป็นต้นกำเนิดของยุคไดโนเสาร์ และยังมีสถานที่น่าสนใจอีกเพียบ พร้อมแล้วก็ตามเจ้าสิงโตไปเที่ยวกาฬสินธุ์ถิ่นไดโนเสาร์พร้อมกันเลยเด้ออ้ายยย

Shopping Basket