วันนี้เจ้าสิงโตได้พาเรามาอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี เป็นจังหวัดที่2 ของการออกเดินทางตามหา Iconic of Siam แล้ว เราแอบตามเจ้าสิงโตไปดูกันดีกว่า ว่า Iconic of Nonthaburi จะมีที่ไหนบ้าง ‼
พร้อมแล้วกระโดดขึ้น Django แล้วอย่าลืมกอดเอวแอดแน่นๆด้วยนะ


#Django150
#PeugeotDJANGO
#PeugeotMotocycles
#PeugeotMotocyclesThailand
#PeugeotDJANGOshareshoes

สมาคมสหพันธ์การกุศล เต็กก่า แห่งประเทศไทย
เป็นองค์กรที่ทำการเพื่อเผยแพร่คุณธรรมอันเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้กับพี่น้องชาวไทย เชื้อสายจีน ในปัจจุบันได้ขยายงานกุศลด้านการช่วยเหลือสังคมออกไปเป็นโครงการคุณธรรม เพื่อการสงเคราะห์
ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2522 ได้มีศิษย์รุ่นอาวุโส ได้มีดำริว่าจะก่อตั้งศูนย์กลางหรือองค์กรที่เป็นที่ทำการเพื่อเผยแพร่คุณธรรมอันเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้กับพี่น้องชาวไทย เชื้อสายจีน ในปัจจุบันได้ขยายงานกุศลด้านการช่วยเหลือสังคมออกไปเป็นโครงการคุณธรรม เพื่อการสงเคราะห์ และได้กระจายงานด้านการกุศลดังกล่าวไปยังส่วนภูมิภาค นับถึงปัจจุบันมีสมาคมและมูลนิธิต่างๆ ในเครือองค์กรเต็กก่า ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆ และในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวรวมถึง 88 แห่ง โดยสมาคมฯ ได้เข้าเป็นสมาชิกในภาคีองค์การเผยแผ่คุณธรรมเพื่อการกุศลสงเคราะห์นานาชาติ
ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี (หลังเก่า)
ตั้งอยู่ บริเวณท่าน้ำนนทบุรี ใกล้กับหอนาฬิกา เป็นอาคารไม้สักเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ลักษณะอาคารสร้างด้วยไม้สัก เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่ประยุกต์ให้เข้ากับภูมิอากาศเขตร้อนหันหน้าออกสู่แม่น้ำ เป็นอาคาร 2 ชั้นก่ออิฐถือปูน มี7 หลัง วางผังเป็นรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบลานกว้าง เชื่อมต่อด้วยระเบียงทางเดินทำด้วยไม้ที่ยื่นออกมารอบอาคารด้วยคุณค่าทางสถาปัตยกรรม และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กรมศิลปากรจึงขึ้นทะเบียนอาคารหลังนี้เป็นโบราณสถานในปี พ.ศ. 2524
ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี (หลังเก่า) เดิมจุดประสงค์ให้เป็น โรงเรียนกฎหมาย แต่เนื่องจากยังไม่มีบุคลากร จึงได้ใช้เป็นที่ตั้งโรงเรียนราชวิทยาลัย ซึ่งได้เปิดสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2454 -2469 และได้ยุบโรงเรียนราชวิทยาลัย โดยโอนย้ายนักเรียนไปรวมกับโรงเรียมหาดเล็กกรุงเทพ ต่อมาได้รับพระราชทานนามใหม่จาก รัชกาลที่ 7 ว่า “วชิราวุธวิทยาลัย” อาคารหลังนี้จึงได้ใช้เป็นศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ระหว่างปี พ.ศ.2471 – 2535 จากนั้นใช้เป็น ที่ตั้งวิทยาลัยมหาดไทย จนถึงปี พ.ศ.2551 นับจากปี พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป อาคารหลังนี้ได้รับการอนุรักษ์ และปรับปรุงให้เป็นที่ตั้ง พิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรี อันเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของจังหวัดนนทบุรีอย่างครบถ้วน เพื่อสร้างความรู้ ความภาคภูมิใจ และความรักในท้องถิ่นให้แก่ชาวนนทบุรี โดยพิพิธภัณฑ์นี้เป็นแหล่งรวบรวม เก็บรักษา และจัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ตลอด จนมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของชาวนนทบุรี
วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (วัดเล่งเน่ยยี่ 2)
เป็นวัดจีนในความอุปถัมภ์ของคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวโรกาสงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี โดยใช้ระยะเวลาการสร้างดำเนินการกว่า 12 ปี วัดนี้ก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมในยุคหมิง-ชิง โดยจำลองมาจากพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง มีความสง่างามและรายละเอียดการตกแต่งที่ประณีต ในบริเวณวัดประกอบด้วยวิหารต่างๆ ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมตามแนวปรัชญาและคติธรรมทางพระพุทธศาสนาจีนนิกายฝ่ายมหายานประกอบด้วย วิหารพระกวนอิมโพธิสัตว์, วิหารหมื่นพุทธเจ้า, วิหารบูรพาจารย์, ห้องปฏิบัติธรรม, ที่พำนักสงฆ์ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม
ชมเฌย (The Memory of Gallery)
ที่นี่จำลองบรรยากาศเก่าๆ ของร้านค้า ตึกรามบ้านช่อง สไตล์คลาสสิค 70-80s ที่เด็กสมัยนี้อาจจะยังไม่เคยเห็น จริงๆ ก็มีหลายสถานที่ ที่จำลองความชิควินเทจของสมัยก่อนเอาไว้ แต่ที่ ชมเฌย จะโดดเด่นด้วยสีสัน ทั้งร้านค้า โรงหนัง ตึกต่างๆ ปั๊มน้ำมัน ล้วนมีสีสันสดใส ใครชอบฉากหลังสไตล์วินเทจ เรโทร ใช้คู่สีลงตัว ที่นี่เหมาะเลย
และที่ชอบมาก แต่ละร้านจำลองบรรยากาศ ข้าวของในร้านให้เป็นยุคสมัยนั้นจริงๆ จึงเป็นสิ่งที่น่าตื่นตา เพราะไม่อาจหาดูได้อีกแล้ว นอกจากความสวยของสถานที่ที่เป็นไฮไลท์แล้ว ที่นี่ก็มีคาเฟ่ไว้บริการ ทั้งกาแฟ เครื่องดื่ม อาหารคาวหวาน มีหมด แถมรสชาติดีและราคาไม่แรง
วัดชลอ
เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราว พ.ศ.2275 ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ตัววัดตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อย หรือเดิมเรียกว่าคลองลัดบางกรวย ซึ่งขุดขึ้นใน พ.ศ. 2081 ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา

มีตำนานเล่าถึงการสร้างวัดว่า เมื่อพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคผ่านคลองลัดบางกรวย ทรงทอดพระเนตรเห็นว่าบริเวณนี้น่าจะสร้างวัดขึ้นมาสักวัดหนึ่ง เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน แต่เนื่องจากที่บริเวณนี้เป็นคุ้งน้ำเชี่ยว ในอดีตเคยมีเรือสำเภาล่มและมีคนจมน้ำตายเป็นอันมาก รวมถึงการก่อสร้างก็เป็นไปอย่างยากลำบากเพราะอุปสรรคมากมาย แม้เมื่อสร้างเสร็จก็เกิดฟ้าผ่าลงกลางโบสถ์
ต่อมาพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศได้มีพระสุบินนิมิตไปว่ามีชายชราชาวจีนมากราบทูลขอให้พระองค์ทรงปลดปล่อยดวงวิญญาณของพวกตนที่ตายเพราะเรือล่ม โดยชายชาวจีนคนนั้นได้กล่าวว่าอยากให้พระองค์สร้างโบสถ์เป็นรูปเรือสำเภา ต่อมาเมื่อโบสถ์นี้สร้างเสร็จก็ไม่เกิดเหตุอาเพศใดๆ อีก ส่วนชื่อวัดพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศก็ได้พระราชทานนามว่า “วัดชลอ”

ที่เล่ามานั้นก็เป็นตำนานการสร้างวัด แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วก็สอดคล้องกัน เพราะวัดชลอตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อยตอนเหนือที่เชื่อมต่อกับคลองอ้อมนนท์และคลองบางกรวย (แม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิม) เป็นโค้งน้ำที่น้ำไหลเชี่ยวจึงมักมีอุบัติเหตุอยู่เสมอ ภายหลังจึงมีการสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตให้คนเรือได้ลดความเร็วและใช้ความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นเมื่อเดินเรือมาถึงบริเวณนี้ ส่วนอุโบสถเก่าแก่ของวัดนั้นก็เป็นศิลปะสมัยอยุธยา ฐานอาคารโบสถ์แอ่นโค้งแบบที่เรียกว่า “ตกท้องสำเภา” ซึ่งเป็นงานที่นิยมสร้างในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยานั่นเอง
ปัจจุบันวัดชลอยังคงรักษาอุโบสถหลังเก่าไว้เป็นอย่างดี ตัวโบสถ์มีขนาดเล็ก ตั้งอยู่ใกล้กับคลองบางกอกน้อย มีหลักฐานว่าตัวอุโบสถได้รับการบูรณะต่อมาภายหลังโดยดูจากเสาขนาดใหญ่ทางตอนหน้าของโบสถ์ที่เป็นลักษณะซึ่งพบเห็นในรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อเข้าไปด้านในจะพบพระพุทธรูปงดงามสามารถเข้าไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลได้
หอนาฬิกา ท่าน้ำนนทบุรี
ถ้าพูดถึงจุดเด่นของย่านท่าน้ำนนท์แห่งนี้คงหนีไม่พ้น “หอนาฬิกา ท่าน้ำนนทบุรี” หอนาฬิกาแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อพี่ พ.ศ. 2500 ตัวเรือนนาฬิกาเป็นยี่ห้อ “Tag Heuer “ ซึ่งเป็นตัวเรือนของ Tag Heuer ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หอนาฬิกาแห่งนี้ตั้งอยู่เคียงคู่ท่าน้ำนนท์มาอย่างยาวนาน ใช้บอกเวลาเเก่ผู้ที่สัญจรไปมา
สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์
หรือที่เรียกกันติดปากว่า สะพานนนทบุรี 1 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตอำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เชื่อมพื้นที่ตำบลสวนใหญ่ (ฝั่งตะวันออก) เข้ากับตำบลบางศรีเมือง (ฝั่งตะวันตก) โดยเริ่มต้นจากปลายสะพานทางแยกต่างระดับบนถนนนนทบุรี 1 ใกล้โรงเรียนศรีบุณยานนท์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในท้องที่หมู่ที่ 2 ตำบลสวนใหญ่ ทางด้านใต้ของชุมชนตลาดขวัญและท่าเรือพิบูลสงคราม 4 โดยวางตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และขึ้นฝั่งตะวันตกบริเวณปากคลองอ้อมฝั่งใต้ ระหว่างศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (เดิม) ที่อยู่ทางเหนือกับอุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษกที่อยู่ทางใต้ ในท้องที่หมู่ที่ 3 บ้านท่าน้ำนนท์ ตำบลบางศรีเมือง เส้นทางจากนั้นเป็นแนวถนนตัดใหม่ซึ่งมุ่งไปสู่ทางแยกต่างระดับที่ถนนราชพฤกษ์
ผู้ออกแบบสะพานได้นำสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์มาใช้เป็นแนวคิดหลักในการออกแบบเพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับตัวสะพาน กล่าวคือ ยอดประดับของเสาใหญ่ทั้งสองต้นมีรูปทรงดอกบัวบานและมีแกนกลางเป็นดอกบัวตูมเปล่งแสงสว่าง เปรียบเสมือนแสงแห่งปัญญาตามหลักศาสนา[12] อีกนัยหนึ่งรูปทรงดังกล่าวยังเปรียบเสมือนพระมหาพิชัยมงกุฎ แสดงถึงการเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี[13] นอกจากนี้ ยังมีการประดับตัวสะพานด้วยเสาไฟซึ่งออกแบบตามสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ร่วมสมัยเช่นกัน

Share:

Facebook
Peugeot

Related Posts

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : สกลนคร

จ้าสิงโตจะพาไปเที่ยวจังหวัดสกลนคร เมืองรองแห่งภาคอีสานที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่น่าสนใจไม่แพ้จังหวัดอื่นแน่นอน พร้อมแล้วก็ตามเจ้าสิงโตไปกันเล๊ยยย

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : นครพนม

จ้าสิงโตจะชวนไปขี่รถเที่ยวชมวัฒนธรรม เรียนรู้ตำนานโบราณ กราบปูชนียสถานคู่บ้าน ณ เมืองริมโขงบอกเลยว่าไปเที่ยวกับเจ้าสิงโต ไม่มีผิดหวังแน่นอน

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : มุกดาหาร

วันนี้เจ้าสิงโตจะพาไปเยือนมุกดาหาร เมืองสวยริมฝั่งโขง ที่มีความเงียบสงบและความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค มีสถานที่ Unseen สวยๆโดยเฉพาะรูปปั้นพญานาค

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : กาฬสินธุ์

วันนี้เจ้าสิงโตจะพาไปเที่ยวอีกหนึ่งจังหวัดเล็ก ๆ ในภาคอีสานบ้านเรา ที่เป็นต้นกำเนิดของยุคไดโนเสาร์ และยังมีสถานที่น่าสนใจอีกเพียบ พร้อมแล้วก็ตามเจ้าสิงโตไปเที่ยวกาฬสินธุ์ถิ่นไดโนเสาร์พร้อมกันเลยเด้ออ้ายยย

Shopping Basket