ยโสธรเมืองเล็กแสนสงบแห่งอีสานใต้ที่ยังคงมีวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ ทั้งวัดวาอารามที่สวยงาม และยังเป็นเมืองแห่งบั้งไฟอีกด้วย ตามเจ้าสิงโตไปเที่ยวกันเล๊ยยย🦁🦁💨💨


#Django150
#PeugeotDJANGO
#PeugeotMotocycles
#PeugeotMotocyclesThailand
#PeugeotDJANGOshareshoes

วิมานพญาแถน (พญาคันคาก) จังหวัดยโสธร
เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่เกิดขึ้นใหม่ที่มีความเป็น แลนด์มาร์ค ใหม่ประจำหนังหวัดยโสธร
ซึ่งจังหวัดยโสธร เป็นจังหวัดที่มีประเพณีการปฏิบัติสืบเนื่องกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะประเพณีที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อ และวิถีชีวิตของชาวยโสธร ซึ่งมีความเชื่อว่าโลกนั้นประกอบด้วย โลกมนุษย์ โลกเทวดา และโลกบาดาล โดยโลกมนุษย์อยู่ภายใต้อิทธิพลของโลกเทวดาซึ่งขาวอีสานเรียกเทวดาว่าพญาแถน ซึ่งพญาแถนมีอิทธิพลต่อ ฝน ฟ้า ลม หากมนุษย์ทำให้พญาแถนโปรดปรานหรือพอใจ ก็จะบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล จึงเกิดพิธีการบูชาพญาแถนโดยการใช้บั้งไฟ เพื่อแสดงการเคารพและเป็นการขอฝนจากพญาแถน อันเป็นที่มาของประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธรอันโด่งดัง จากตำนานเรื่องเล่าอันถือว่ามีความสำคัญต่อจังหวัดยโสธรดังกล่าวข้างต้น จังหวัดยโสธรจึงจัดสร้าง “วิมานพญาแถน” ขึ้นบริเวณลำทวนเพื่อใช้เป็นสถานที่ที่แสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีของจังหวัด เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัด ซึ่งภายในวิมานพญาแถนนั้นประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่สะท้อนถึงตำนานบุญบั้งไฟของยโสธร คือ อาคารวิมานพญาแถน อาคารพญานาค อาคารพญาคันคาก และประติมากรรมขบวนแห่บั้งไฟ สำหรับอาคารพญาคันคากที่เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวนั้น สร้างขึ้นเป็นรูปร่างพญาคันคาก มีความสูง 19 เมตร ภายในอาคารประกอบด้วยพื้นที่จัดนิทรรศการจำนวน 4 ชั้น
วัดศรีธรรมาราม พระอารามหลวง
เดิมชื่อ วัดท่าชี, วัดนอก, วัดท่าแขก สร้างครั้งแรก ราว พ.ศ. 2395 ในสมัยรัชกาลที่ 4 จากนั้นได้มีการเปลี่ยนชื่อวัดอีกหลายครั้ง คือ
* วัดศรีธรรมหายโศก เมื่อ พระสุนทรราชวงศา (เหม็น) ได้บูรณะวัด พ.ศ. 2416
* วัดอโศการาม คราที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เสด็จมาที่วัด
* วัดสร่างโศกเกษมสันต์ (สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส โปรดประทานเปลี่ยนชื่อให้)
* วัดศรีธรรมาราม คราบูรณะวัด พร้อมตั้งโรงเรียนศรีธรรมวิทยา พ.ศ.2500 ครั้งพระครูพิศาลศีลคุณ (บุญสิงห์ สีหนาโท) เป็นเจ้าอาวาส
มูลเหตุของการสร้างวัดศรีธรรมาราม มาจากการสิ้นชีวิตของครอบครัว เจ้าอุปฮาดบุตร และเจ้าคำม่วน ซึ่งเป็นญาติของพระสุนทรราชวงศา (เจ้าฝ่ายบุตร) เจ้าเมื่องยโสธรลำดับที่ 3 จาการถูกประหารในคุกเพลิง ด้วยความอาลัย รันทด สยดสยองในวิบากกรรมของท่านทั้งหลายนั้น ท่านเจ้าเมืองจึงได้สร้างวัดนี้ไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึง และได้สร้างพระอุโบสถครอบสถานที่ที่ทำการประหาร และชื่อวัด จึงบอกถึงความหมายและความเป็นมาของวัดแห่งนี้
โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้
หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า “วัดอัครเทวดามิคาแอล” ตั้งอยู่ที่อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร เป็นโบสถ์ไม้คริสต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีอายุถึง 100 ปี โบสถ์ไม้หลังใหญ่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่า จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดอันซีนของจังหวัดยโสธร ที่ห้ามพลาดมาชมเมื่อมาถึงที่นี่กัน
ภายในบริเวณวัด นอกจากโบสถ์ไม้หลังใหญ่แล้ว ยังมีเรือนไทยข้างโบสถ์ ที่มีความสวยงดงามในปฏิมากรรมแบบไทยและสร้างมาจากไม้ทั้งหมด ตกแต่งด้วยต้นไม้สวยงาม ร่มรื่น และยังมีต้นไม้พูดได้ไว้เตือนสติสอนใจหากได้มาชมโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งนี้
วัดมหาธาตุ
ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองยโสธรมาตั้งแต่แรกสร้างเมือง ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมือง โบราณสถานที่สำคัญในวัด คือ พระพุทธบุษยรัตน์ หรือพระแก้วหยดน้ำค้าง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะสมัยเชียงแสน เป็นพระบูชาคู่บ้านคู่เมืองของยโสธร ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้า ฯ พระราชทานให้พระสุนทรราชวงศาเจ้าเมืองยโสธรคนแรก
พระธาตุอานนท์
พระธาตุเก่าแก่ที่สำคัญองค์หนึ่งในภาคอีสาน การก่อสร้างได้รับอิทธิพลศิลปะลาวที่นิยมสร้างขึ้นเมื่อปลายสมัยกรุง ศรีอยุธยาถึง ต้นรัตนโกสินทร์ เจดีย์มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยม ภายในบรรจุอัฐิของพระอานนท์ ส่วนยอดคล้ายพระธาตุพนม ฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 8 เมตร ก่อด้วยอิฐถือปูน มีความสูง 25 เมตร 30 เซนติเมตร เบื้องบนสุดเป็นยอดฉัตร และมีธาตุเล็ก อีกองค์อยู่ด้านข้าง ซึ่งเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิของเจ้าพระยาวิชัยราชขัตติยวงศา (อดีตเจ้าเมืองสิงห์ท่า)
พระสุนทราชวงศา (สิงห์)
ประวัติ เจ้าฝ่ายหน้าผู้ปกครองบ้านสิงห์ ท่าซึ่งเป็นน้องของพระปทุมสุรราช(คำ ผง)แห่งเมืองอุบลราชธานี ได้รับการขอร้องจาก พระปทุมสุรราชเจ้าเมืองอุบลฯให้ไปช่วยปราบ ขบถอ้ายเชียงแก้วเขาโอง ที่ยกกำลังเข้ายึด เมืองจำปาศักดิ์ เจ้าฝ่ายหน้าจึงได้ยกกำลังไป ช่วยปราบขบถและจับตัวอ้ายเชียงแก้วประหารชีวิต เสีย ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลก พระองค์จึงทรงโปรดเกล้าฯให้สถาปนาเจ้า ฝ่ายหน้าขึ้นเป็นเจ้ามีราชทินนามว่า ” เจ้าพระยาวิชัยราช ขัตติยวงศา” เจ้านครจำปาศักดิ์ ให้ย้ายจากบ้านสิงห์ท่าไปครองนครจำปาศักดิ์ เจ้าพระยาวิชัยราชขัตติยวงศา พร้อมบุตรคือเจ้าราชวงศ์ สิงห์ จึงรับสนองตามพระราชโองการโปรดเกล้า ส่วน ทางบ้านสิงห์ท่าได้มอบให้เจ้าคำม่วง น้อง ชายของเจ้าฝ่ายหน้าดูแลปกครองญาติพี่ น้องแทน
เมื่อพุทธศักราช ๒๓๕๔ เจ้าพระยาพิชัยราชขั ตติยวงศาถึงแก่พิราลัย เมื่อเจ้าราชวงศ์สิงห์ผู้เป็น บุตรได้จัดการปลงศพแล้ว ได้นำอัฐิของ เจ้าพระยาพิชัยราชขัตติยวงศา พร้อมผู้คนจำนวนหนึ่ง กลับมาอยู่ที่บ้านสิงห์ท่าตามเดิม แล้วได้ ก่อเจดีย์บรรจุอัฐิไว้ใกล้กับพระธาตุพระอานนท์ ที่วัดมหาธาตุปัจจุบันนี้เจดีย์นั้นก็ยังมีอยู่
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๕๗ พระบาทสมเด็จพระพุทธ เลิศหล้านภาลัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ยกบ้าน สิงห์ท่าขึ้นเป็นเมืองให้นามว่า “เมืองยโสธร หรือ ยศสุนทร”ให้เจ้าราชวงศ์สิงห์ผู้เป็นบุตร ชองเจ้าพระยาวิชัยราชขัตติยวงศา ขึ้นเป็นเจ้าครอง เมืองมีราชทินนามว่า “พระสุนทราชวงศา”
ผลงานหรือเกียรติคุณนับเป็นเจ้าเมืองยโสธร คนแรก ส่วนเจ้าเมืองยโสธรคนต่อมาก็ยัง คงใช้ราชทินนามว่า “พระสุนทรราชวงศา ” ต่อมาแต่จะตามด้วยนามเดิมเช่น พระ สุนทรราชวงศา สีชา พระสุนทรราชวงศา บุตร เป็นต้น

Share:

Share on facebook
Facebook
Peugeot

Related Posts

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : สกลนคร

จ้าสิงโตจะพาไปเที่ยวจังหวัดสกลนคร เมืองรองแห่งภาคอีสานที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่น่าสนใจไม่แพ้จังหวัดอื่นแน่นอน พร้อมแล้วก็ตามเจ้าสิงโตไปกันเล๊ยยย

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : นครพนม

จ้าสิงโตจะชวนไปขี่รถเที่ยวชมวัฒนธรรม เรียนรู้ตำนานโบราณ กราบปูชนียสถานคู่บ้าน ณ เมืองริมโขงบอกเลยว่าไปเที่ยวกับเจ้าสิงโต ไม่มีผิดหวังแน่นอน

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : มุกดาหาร

วันนี้เจ้าสิงโตจะพาไปเยือนมุกดาหาร เมืองสวยริมฝั่งโขง ที่มีความเงียบสงบและความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค มีสถานที่ Unseen สวยๆโดยเฉพาะรูปปั้นพญานาค

77 Iconic Of​ Siam By PEUGEOT DJANGO : กาฬสินธุ์

วันนี้เจ้าสิงโตจะพาไปเที่ยวอีกหนึ่งจังหวัดเล็ก ๆ ในภาคอีสานบ้านเรา ที่เป็นต้นกำเนิดของยุคไดโนเสาร์ และยังมีสถานที่น่าสนใจอีกเพียบ พร้อมแล้วก็ตามเจ้าสิงโตไปเที่ยวกาฬสินธุ์ถิ่นไดโนเสาร์พร้อมกันเลยเด้ออ้ายยย

Shopping Basket